ระบบ ADAS กับกฎหมาย และมาตรฐานในประเทศไทย
ระบบ ADAS กับกฎหมาย และมาตรฐานในประเทศไทย
ระบบ ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) คือเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่ถูกติดตั้งในรถยนต์สมัยใหม่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ระบบเหล่านี้ใช้เซนเซอร์ กล้อง LiDAR และเรดาร์ในการตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือน การควบคุม หรือแม้แต่การเบรกอัตโนมัติ ด้วยความสำคัญที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาครัฐของประเทศไทยจึงได้นำเอาระบบ ADAS เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานและโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิตติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยเหล่านี้มากขึ้น
กฎหมายและมาตรฐาน ADAS ที่มีผลบังคับใช้ในไทย
ประเทศไทยได้ใช้มาตรการทางภาษีเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันให้ค่ายรถยนต์ติดตั้งระบบ ADAS ในรถรุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา
1. การกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตตามมาตรฐานความปลอดภัย
กระทรวงการคลังได้กำหนดให้รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ต้องมีการติดตั้งระบบ ADAS ตามข้อกำหนดเพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ลดลง ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิตยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ที่จำหน่ายในประเทศ
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV): หากติดตั้งระบบความปลอดภัยตามข้อกำหนด จะได้รับส่วนลดภาษีสรรพสามิตอย่างมีนัยสำคัญต้องมีระบบ ADAS อย่างน้อย 4 ระบบ จาก 6 ระบบที่กำหนด
- รถยนต์สันดาปปกติ (ICE): ต้องมีระบบ ADAS อย่างน้อย 2 ระบบ จาก 6 ระบบที่กำหนด เพื่อได้รับอัตราภาษีที่ลดลง
- รถกระบะไฟฟ้า 100% และรถกระบะเครื่องยนต์สันดาปปกติ: มีข้อกำหนดจำนวนระบบที่ต้องมีเช่นกัน โดยมีจำนวนระบบที่น้อยกว่ารถยนต์นั่ง
2. ระบบ ADAS 6 ระบบหลักตามข้อกำหนดภาครัฐ
ระบบ ADAS ที่ถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิต ประกอบด้วย 6 ระบบหลัก ได้แก่:
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Advanced Emergency Braking System - AEB): ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อตรวจจับวัตถุด้านหน้าหรือด้านหลังรถ
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning - FCW): เตือนผู้ขับขี่เมื่อขับรถเข้าใกล้รถคันหน้าเร็วเกินไป
- ระบบดูแลภายในช่องจราจร (Lane Keeping Assistance Systems - LKAS): ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนอย่างต่อเนื่อง
- ระบบเตือนการออกหรือเปลี่ยนช่องจราจร (Lane Departure Warning System - LDW): เตือนเมื่อรถกำลังจะออกนอกเลนโดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control - ACC): ควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ
- ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Monitoring - BSM): ตรวจจับรถที่อยู่ในจุดอับสายตาและเตือนผู้ขับขี่
ผลกระทบและความท้าทายของระบบ ADAS ในการใช้งานจริง
แม้ว่าระบบ ADAS จะเข้ามาเพิ่มความปลอดภัยอย่างมหาศาล แต่ก็มีความท้าทายที่ผู้ใช้และผู้ให้บริการต้องให้ความสำคัญ
1. ความท้าทายด้านเทคนิคและการทำงานผิดปกติ
- สภาพแวดล้อม: ระบบ ADAS อาจทำงานได้ไม่เต็มที่หรือทำงานผิดปกติในสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ฝนตกหนัก หมอกลงจัด หรือเครื่องหมายบนถนนที่ไม่ชัดเจน
- การสอบเทียบ (Calibration): เซนเซอร์และกล้องของระบบ ADAS ต้องได้รับการสอบเทียบ (Calibrate) ใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การเปลี่ยนกระจกบังลมหน้า ซึ่งมีกล้องหรือเซนเซอร์ติดตั้งอยู่ หากการสอบเทียบไม่ถูกต้อง อาจทำให้ระบบให้ข้อมูลที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
2. ประเด็นความรับผิดชอบทางกฎหมาย
แม้กฎหมายจะเริ่มให้ความสนใจกับยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ แต่ประเด็นความรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับระบบ ADAS ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องมีการตีความทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากระบบเหล่านี้เป็นระบบ "ช่วยเหลือ" ไม่ใช่ระบบ "ขับขี่แทน" โดยสมบูรณ์ ผู้ขับขี่จึงยังคงมีหน้าที่ต้องควบคุมยานพาหนะอยู่ตลอดเวลา
การดูแลและซ่อมบำรุงระบบ ADAS
สำหรับเจ้าของรถยนต์ที่มีระบบ ADAS การดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามมาตรฐานมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เกี่ยวข้องกับเซนเซอร์และกล้อง ซึ่งมักติดตั้งอยู่บริเวณกระจกบังลมหน้า
- การเปลี่ยนกระจกบังลมหน้า: เมื่อจำเป็นต้องเปลี่ยนกระจกบังลมหน้า (Windshield) ซึ่งเป็นตำแหน่งติดตั้งกล้องและเซนเซอร์หลักของระบบ ADAS จำเป็นต้องเลือกใช้กระจกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตรงตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์ และต้องดำเนินการสอบเทียบ (Calibration) ระบบ ADAS ใหม่โดยช่างผู้เชี่ยวชาญทันทีหลังการติดตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่ากล้องจะสามารถประมวลผลระยะทางและเลนถนนได้อย่างแม่นยำ
การเข้าใจกฎหมายและมาตรฐานของระบบ ADAS ในประเทศไทย จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ที่ปลอดภัย และช่วยให้ผู้ให้บริการด้านยานยนต์สามารถให้บริการที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทางเทคนิค
Glass Heroes: ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนและปรับเทียบกระจกสำหรับระบบ ADAS
การทำงานที่เกี่ยวข้องกับกระจกบังลมหน้าที่มีระบบ ADAS ต้องอาศัยความแม่นยำสูง Glass Heroes คือผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนและซ่อมกระจกรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน เราใช้กระจกคุณภาพสูงตรงตามสเปกของรถยนต์ และมีบริการ ADAS Calibration โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม เพื่อให้มั่นใจว่าระบบความปลอดภัยอัจฉริยะในรถของคุณจะทำงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำและปลอดภัยสูงสุด
Glass Heroes ยังให้บริการติดฟิล์มรถยนต์ เปลี่ยนกระจกรถยนต์ และปรับเทียบระบบ ADAS อย่างแม่นยำ พร้อมบริการ Recalibrate ระบบกล้อง ADAS สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ไปจนถึงการรับประกันหลังการขายที่น่าเชื่อถือ Glass Heroes พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สบาย ปลอดภัย และมีระดับให้กับรถที่คุณรัก
จองคิวออนไลน์กับเราได้แล้ววันนี้
โทร: 02-9435900, 086-0956161